
ดร.อดิศักดิ์ กล่าวถึงบทบาทในฐานะที่ปรึกษาว่า การทำงานในฐานะที่ปรึกษาเป็นการแนะแนวทางในการดำเนินงานอย่างเช่น การจัดมหกรรมพืชสวนโลกซึ่งมีการจัดงานช่วงเดือนธันวาคม 2554 ถึง เดือนมีนาคม 2555 นั้น ในฐานะที่ปรึกษาของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงซึ่งมีหน้าที่วิจัย ศึกษา ค้นคว้างานบนพื้นที่สูง บทบาทหลักคือการให้คำปรึกษา คำแนะนำเกี่ยวกับรูปแบบของการจัดงาน ซึ่งรวมถึงการจัดมหกรรมพืชสวนโลกในครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้ ดร.อดิศักดิ์ ยังได้กล่าวถึงปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นในภาคเหนือตอนบนว่า ปัญหาเรื่องควันไฟที่เกิดขึ้นในภาคเหนือตอนบนขณะนี้ สาเหตุล้วนเกิดจากฝีมือมนุษย์ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่จะเป็นโดยความบังเอิญหรือเจตนาก็มองได้หลายด้าน เช่น การทิ้งบุหรี่ การเผาเพื่อหาของป่า การเตรียมหน้าดิน ซึ่งมองได้หลายมุมแต่ทั้งนี้แม้จะมีเรื่องมลพิษเข้ามารบกวนในขณะที่มีการจัดมหกรรมพืชสวนโลกแต่กระแสตอบรับก็อยู่ในเกณฑ์ดีซึ่งจากผลสำรวจมียอดผู้เข้าร่วมงานกว่าสองล้านคน

สำหรับแนวทางการแก้ไข ดร.อดิศักดิ์ ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า สิ่งแรกที่ควรทำในตอนนี้คือ การสร้างความเข้าใจกับประชาชน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้เกิดจากการขาดความเข้าใจความสำคัญของทรัพยากร ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนในเรื่องนี้ โดยส่งเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่มีความคุ้นเคยและใกล้ชิดกับประชาชนลงพื้นที่สร้างความเข้าใจ ซึ่ง ณ วันนี้อาจจะยังไม่เห็นผลเท่าที่ควรแต่เชื่อว่าถ้าเราทำต่อไปการสร้างความเข้าใจสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนในอนาคตเมื่อเขามองเห็นคุณค่าก็จะเกิดความรัก หวงแหน ไม่อยากทำลาย และพร้อมที่จะปกป้องรักษา

ในด้านความช่วยเหลือนั้น ดร.อดิศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในระดับหนึ่งด้วยวิธีการทำฝนหลวงเพราะฝนหลวงจะช่วยทำให้ควันจางลงเกิดความชุ่มชื้นในพื้นที่ ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดการขยายพื้นที่ในการถูกเผาก็ลดน้อยลง หลายคนสงสัยว่าทำไมไม่ทำฝนหลวงทุกวันเพราะการทำฝนหลวงปัจจัยหลักคือความชื้น บางทีความชื้นไม่พอก็ไม่สามารถทำได้ ฉะนั้นเมื่อความชื้นได้เราจะเริ่มทำฝนหลวงทันทีเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
สำหรับปัญหาเรื่องอุทกภัยน้ำท่วม ดร.อดิศักดิ์ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ปัญหาน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้วสอนให้เรียนรู้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นสาเหตุหลักในการบริหารจัดการน้ำ หรือความไม่เป็นเอกภาพในการบริหารงานของภาครัฐ ในส่วนของประชาชนคงเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของรัฐบาล สำหรับจุดอ่อนในการทำงานของภาครัฐโดยส่วนตัวมองว่าขาดการวิเคราะห์สถานการณ์ที่ชัดเจน ทำให้ข้อมูลข่าวสารที่ส่งไปถึงประชาชนไม่ทันต่อเหตุการณ์ เพราะประชาชนสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาวินิจฉัยได้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป ส่วนปัญหาที่มองเห็นได้ชัดคือเรื่องการเข้าไปให้ความช่วยเหลือ คือขาดการประสานงานทำให้เกิดการช่วยเหลือซ้ำซ้อนสร้างความขัดแย้งให้แก่สังคม
อย่างไรก็ตามปัญหาน้ำท่วมที่ใครหลายคนกังวลว่าจะมีปริมาณมากกว่าเดิม ดร.อดิศักดิ์ มีมุมมองในเรื่องนี้ว่า จากข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์คาดว่าภาวะภัยแล้งน่าจะมากกว่าภาวะน้ำท่วม โดยส่วนตัวคิดว่าภาพรวมของประเทศอาจจะเกิดภาวะภัยแล้งมากกว่าเท่านั้นเองและไม่อยากให้ไปกังวลกับเรื่องนี้จนเกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ
นอกจากนี้ ดร.อดิศักดิ์ ในฐานะกรรมการมูลนิธิสัมมาชีพยังได้กล่าวถึงศูนย์ฟื้นฟูชีวิตและสัมมาชีพที่ทางมูลนิธิสัมมาชีพกำลังดำเนินงานอยู่ในขณะนี้ว่า มูลนิธิสัมมาชีพเป็นมูลนิธิเล็กแต่มีความเข้มแข็งทั้งในส่วนของคณะกรรมการบริหารและเจ้าหน้าที่มูลนิธิที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือสังคม ในส่วนของการพัฒนา การส่งเสริม และการสนับสนุนให้เกิดสัมมาชีพในแต่ละพื้นที่เป็นงานที่เราทำกันมาโดยตลอด เพราะเชื่อว่าการมีสัมมาชีพหรือการมีอาชีพที่สุจริตเป็นพื้นฐานที่ดีในการพัฒนา คือ ไม่ต้องร่ำรวยแต่ขอให้มีความมั่นคง

สำหรับความช่วยเหลือนั้นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานจึงได้มีการเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงาน โดยยกตัวอย่าง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยซึ่งเป็นศูนย์กลางของประเทศในการป้องกันสาธารณภัย เพื่อจะดูว่าทางมูลนิธิสามารถเข้าไปร่วมในส่วนไหนอย่างไรคือ ต้องรู้เรื่องยุทธศาสตร์ ต้องมีการวางแผนโดยเฉพาะเรื่องทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัจจัย เครื่องอุปโภค บริโภค ซึ่งในปัจจุบันได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานสนับสนุน หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ที่มีศักยภาพพร้อมให้การสนับสนุนอุปกรณ์ในการให้ความช่วยเหลือ
ปิดท้ายด้วยนิยามของคำว่าสัมมาชีพในมุมมองของ ดร.อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ ว่า สัมมาชีพแปลตรงตัว คือ การมีอาชีพที่ดี มีอาชีพที่สุจริต เพราะการมีอาชีพที่ดีที่สุจริตในความคิดส่วนตัวมันไปได้นานและมั่นคง การเริ่มทีละเล็กแล้วค่อยขยายใหญ่ขึ้นมันจะทำให้เกิดความเสียหายน้อย ไม่ใช่ว่ามีเงินเท่านี้แต่ลงทุนเกินตัวผลที่ได้ถ้าดีก็รวยแต่ถ้าไม่ดีก็หมดตัว เพราะฉะนั้นการรู้จักประมาณตนรู้จักความพอเพียงจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นในการประกอบอาชีพในสังคมยุคปัจจุบัน
ความหมายสั้นแต่ได้ใจความสำหรับสังคมยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ การหันมาสำรวจตัวเองเหลียวมองสังคมรอบข้างเล็งเห็นความสำคัญของการประกอบอาชีพในแบบสัมมาชีพ ตามแนวคิดของ ดร.อดิศักดิ์ สัมมาชีพก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีของสังคมไทย

ชมวีดีโอสัมภาษณ์ ดร.อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ












