
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยให้บริการค้ำประกันสินเชื่อแก่ SMEs ที่มีศักยภาพแต่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกันในการขอกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นได้รับอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ในวงเงินที่เพียงพอกับความต้องการอีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถาบันการเงินในการขยายวงเงินสินเชื่ออันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม
การดำเนินงานของ บสย. เป็นการสร้างศักยภาพในการขยายกิจการและการลงทุนให้ผู้ประกอบการ SMEs พร้อมทั้งสนับสนุนในการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เพิ่มขึ้น อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ดังนั้นการประสานความร่วมมือกันระหว่าง บสย. กับ หน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนการได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่องจะช่วยทำให้ บสย. สามารถบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย เช่นเดียวกับสถาบันค้ำประกันสินเชื่อทั่วโลกที่ต่างได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลแทบทั้งสิ้นในรูปแบบที่แตกต่างกัน เพราะถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญอย่างหนึ่งของรัฐบาลในการพัฒนาและส่งเสริมการสร้างสังคมผู้ประกอบการของประเทศ
ด้วยลักษณะการดำเนินงานดังกล่าว บสย. จึงเป็นองค์กรที่มิได้แสวงหาผลกำไร แต่จะมุ่งเน้นดำเนินงานเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมเป็นสำคัญ การบริการค้ำประกันสินเชื่อให้กับ SMEs ของบสย. จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมพัฒนา SMEs ให้แข็งแกร่ง และสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป
วัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
1.ช่วยเหลือภารธุระอุตสาหกรรมขนาดย่อมให้ได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงินจำนวนมากขึ้น
2.ช่วยให้สถาบันการเงินมีความมั่นใจในการให้สินเชื่อแก่ภารธุระอุตสาหกรรมขนาดย่อม มากยิ่งขึ้น
3.เร่งการกระจายสินเชื่อไปยังภารธุระอุตสาหกรรมขนาดย่อมทั่วประเทศได้เร็วขึ้น
4.ช่วยให้การพัฒนาภารธุระอุตสาหกรรมขนาดย่อมบรรลุเป้าหมายตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
บทบาทความรับผิดชอบของ บสย. ที่มีต่อสังคม
บทบาทหนึ่งที่นอกเหนือจากการค้ำประกันสินเชื่อกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และเป็นสิ่งที่ บสย. ตระหนักและให้ความสำคัญมาโดยตลอดนั่นคือ ความรับผิดชอบขององค์กรที่มีต่อสังคมหรือ CSR ซึ่งเป็นโครงการที่ บสย. ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 8 ปี โดยแบ่งโครงการออกเป็น 4 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ 1 ด้านการศึกษา มีสัดส่วน
กลุ่มที่ 2 ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
กลุ่มที่ 3 ด้านศาสนา
กลุ่มที่ 4 ตามนโยบายภาครัฐ
กลุ่มที่ 1 ด้านการศึกษา บสย. มีโครงการโรงเรียน บสย. อุปถัมภ์ เป็นโครงการ CSR แรกที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2545 โดยเล็งเห็นว่าการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศและประเทศ
จะพัฒนาเจริญก้าวหน้าได้ประชาชนจะต้องได้รับการศึกษา และนักเรียนในต่างจังหวัดควรจะได้รับโอกาสทางการศึกษาทัดเทียมเท่ากับเด็กที่อยู่ในเมือง จึงมีนโยบายให้การช่วยเหลือโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งในรูปแบบการสร้างอาคารห้องสมุด สร้างอาคารเอนกประสงค์ สร้างห้องน้ำ มอบทุนการศึกษา รวมถึงการมอบอุปกรณ์การศึกษาต่างๆ ซึ่งจะเป็นการเติมเต็มชีวิตวัยเรียนให้กับเด็กเหล่านี้ได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในวันข้างหน้า
กลุ่มที่ 2 ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มีโครงการหลักอยู่ 2 โครงการ ได้แก่
โครงการสร้างฝายชะลอน้ำเฉลิมพระเกียรติ เป็นโครงการที่ บสย. ร่วมกับเครือซิเมนต์ไทย (SCG) สร้างฝายชะลอน้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับป่า ที่อำเภอแจ้ห่มและอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง เนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ 80 พรรษา และเป็นการสนองตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ทรงคิดค้นและพระราชทานแนวคิด “ฝายชะลอความชุ่มชื้น (Check Dam)” ขึ้น เพื่อเป็นวิธีการสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้ด้วยวิธีง่ายๆ ประหยัดและได้ผลดี
โครงการธนาคารอาหารชุมชนหรือที่เรียกว่า Food Bank เป็นโครงการปลูกป่าที่ บสย. ได้เข้าไปร่วมกับกรมป่าไม้ ดำเนินการปลูกป่า โดยกรมป่าไม้จะจัดสรรพื้นที่สำหรับให้ชาวบ้านในชุมชนเข้าไปใช้ประโยชน์ด้วยการปลูกต้นไม้ และต้นไม้ที่ บสย. ปลูกจะเป็นพืชสวนครัวที่ชาวบ้านช่วยกันปลูกและสามารถเข้าไปเก็บผลผลิตได้ เป็นการแบ่งปันและช่วยลดค่าใช้จ่ายตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงการเชิญชวนพนักงานร่วมสร้างสะพานไม้เข้าพื้นที่ซึ่งเป็นท้องร่องสวน ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับชาวบ้านในการเข้าพื้นที่และเป็นประโยชน์ทางอ้อมกับเด็กๆ ในชุมชนให้มีโอกาสศึกษาข้อมูลด้านต่างๆ ของพืชสมุนไพร บริเวณป่าชุมชนบางกระเจ้า
อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และที่อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น
กลุ่มที่ 3 ด้านศาสนา มีการจัดทอดกฐินขึ้นที่วัดในต่างจังหวัด โดยคณะกรรมการ ผู้บริหารระดับสูงเล็งเห็นความสำคัญของการเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง พร้อมกับเชิญชวนพนักงานให้มีส่วนร่วมในการทำบุญและเข้าร่วมพิธีถวายผ้าพระกฐิน อันจะเป็นการทำนุบำรุงพระศาสนาพุทธซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติ นอกจากนี้เรายังนิมนต์พระมหาสมปองตาลปุตฺโต พระนักเทศน์ชื่อดัง มาสนทนาธรรมให้กับพนักงาน เพื่อกล่อมเกลาจิตใจให้เป็นผู้ตั้งมั่นอยู่ในธรรม มีสติและศีลธรรมเป็นพนักงานที่มีคุณภาพ อันจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับพนักงานแบบทางอ้อมอีกทางหนึ่ง
กลุ่มที่ 4 โครงการตามนโยบายของรัฐ บสย.มี “โครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งโรงเรียนในฝัน” เป็นโครงการที่ บสย. ได้รับมอบหมายจากสำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในการสนับสนุนโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ โดย สคร. จะมีรายชื่อโรงเรียนเหล่านี้สำหรับให้รัฐวิสาหกิจเป็นผู้เลือกและให้การสนับสนุนโรงเรียนเหล่านั้นตามความต้องการของแต่ละแห่งจึงมีลักษณะคล้ายกับ “โครงการโรงเรียน บสย. อุปถัมภ์” โดย บสย. ได้เลือกโรงเรียนที่สนับสนุน 3 แห่ง โดยโรงเรียนแห่งแรกเป็นโรงเรียนที่ บสย. สนับสนุนอยู่แล้วก่อนหน้านี้ คือ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่น้ำน้อย อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ดังนั้นการสนับสนุนโรงเรียนนี้จึงเป็นการต่อยอดเพิ่มเติม ส่วนอีก 2 โรงเรียนที่เพิ่มเข้ามาคือ โรงเรียนบ้านเขาค่าย อำเภอสวี จังหวัดชุมพรและโรงเรียนบ้านซ่อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยโรงเรียนบ้านซ่องนั้น บสย. ได้ทำการปรับปรุงอาคารเรียนของนักเรียนอนุบาล พร้อมทั้งเชิญชวนพนักงาน บสย. ร่วมทาสีอาคารเรียน และจัดพิธีส่งมอบอาคารพร้อมอุปกรณ์การศึกษาให้กับทางโรงเรียน
บสย. มุ่งทำประโยชน์ให้แก่สังคมในหลายมุม โดยเล็งเห็นความสำคัญของความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ผลักดันเรื่องการศึกษาให้เด็กนักเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาเพิ่มขึ้น ส่งเสริมให้คนในชุมชนมีอาหารรับประทานโดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินไปซื้อหา ซึ่งก็เป็นไปตามแนวนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในแง่มุมของพนักงานที่มีโอกาสเข้าร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ที่องค์กรจัดขึ้น ก็จะเป็นการสร้างความสมัครสมานสามัคคีในระหว่างพนักงานด้วยกันเอง และในเมื่อพนักงานมีความสมัครสมานสามัคคีกันแล้ว ก็จะส่งผลทำให้เกิดการประสานงานประสานใจในการทำงาน ก็จะส่งผลทางอ้อมให้กับองค์กรได้ผลงานที่ออกมามีประสิทธิภาพมากขึ้น
และนี่เป็นบทบาททางสังคมของ บสย. ในฐานะการเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ตอกย้ำถึงการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการทำประโยชน์เพื่อสังคมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการปฏิบัติหน้าที่หลักคือ การค้ำประกันสินเชื่อกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ถือเป็นการช่วยเหลือสังคมธุรกิจไทยให้มีความน่าเชื่อทางการเงินอยู่แล้ว ซึ่งโครงการหรือกิจกรรมที่เกิดขึ้นถูกกระจายไปทุกภาคส่วนสังคมที่จะเป็นการเติมเต็มคุณภาพชีวิตเพื่อความเป็นอยู่ของคนในสังคมให้ดีขึ้นต่อไป
-----------------------------------











