วันอังคาร, ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ๑๕:๑๑

หนี้สาธารณะ: เพื่อชาติหรือระเบิดเวลา

Rate this item
(0 votes)

หนี้สาธารณะ: เพื่อชาติหรือระเบิดเวลา

cover4

ที่มา: ไทยพับลิก้า, www.thaipublica.org

              วิกฤติหนี้สาธารณะที่เกิดขึ้นในกรีซจะลากยาวและลุกลามไปทั่วยุโรปหรือไม่ กำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก แล้วหนี้สาธารณะของประเทศไทยจะเป็นอันตราย หรือเป็นระเบิดเวลาเหมือนที่กรีซเป็นหรือไม่ เป็นประเด็นร้อนที่สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ให้ความสนใจ นำมาเป็นโจทย์ในการถกเถียงเชิงวิชาการ
 

             การจัดสัมมนาหัวข้อ “หนี้สาธารณะ: เพื่อชาติหรือระเบิดเวลา” เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีวิทยากรมาถกเถียงประกอบด้วย ดร.ภาณุพงศ์ นิธิประภา คณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ ศาสตราจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ สายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด
 นักเศรษฐศาสตร์ทั้งศิษย์เก่าและไม่ใช่ศิษย์เก่าขึ้นเวทีแสดงความคิดเห็นมีหลากหลาย แต่ประเด็นที่เห็นตรงกันคือ ปัจจุบันนี้ เศรษฐกิจไทยและปัญหาหนี้สาธารณะไม่น่าเป็นห่วง แต่ถ้าการเมืองยังไม่สงบ คาดว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า อาจมีปัญหาเจอวิกฤตอีกครั้งก็เป็นได้

 

untitled           ดร.ภาณุพงศ์ มีความเห็นว่า หนี้สาธารณะของไทยไม่เป็นระเบิดเวลา แต่ถ้ามีสัญญาณบอกเวลาล่วงหน้า เช่น เศรษฐกิจไทยติดลบ 1-2% และจ่ายดอกเบี้ย 3-5% ก็น่ากลัว แต่ก็ยังไม่อันตราย “ประสบการณ์ในอดีตสอนเราว่า หากเกิดวิกฤตขึ้นมาเมื่อใดก็ตาม เราสามารถลดรายจ่ายลงไปได้ เช่น สมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ยังเลื่อนโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ดออกไปได้ ดังนั้น รถไฟความเร็วสูง พวกนี้ตัดไปได้ เงื่อนไขสำคัญในการตัดชนวนคือว่า ต้องให้การใช้จ่ายนั้นยืดหยุ่น เวลาตัดจะตัดได้ แต่จะเป็นนิสัยไม่ดีคือการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายที่เป็นรายจ่ายประจำ อันนี้จะตัดลำบาก” ดร.ภาณุพงศ์กล่าว
 

          ดร.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า การมี “วินัย” การคลังเป็นเรื่องสำคัญ โดยกฎเกณฑ์ต่างๆ คงต้องมีอยู่ เดิมก่อนหน้านี้สัดส่วนหนี้สาธารณะอยู่ที่ 50% แล้วปรับเพิ่มขึ้นเป็น 60% ก็จะบอกว่า 60% กฎก็คือกฎ อย่าไปแตะต้อง ขอให้คำนึงกฎให้ดี และอีกเรื่องหนึ่งต้องจับตามองคือ สัดส่วนการใช้จ่ายของรัฐบาลมีการกำหนดว่า 25% ของการใช้จ่ายรัฐบาลต้องเป็นการลงทุน อันนี้เป็นกฎที่ต้องตรึงไว้ และต้องเน้นคุณภาพการลงทุนด้วย ถึงจะทำให้ฐานะการคลังยั่งยืนไม่มีปัญหาหนี้สาธารณะ

        

       ด้าน ดร.ตีรณ มีความเห็นว่า หนี้สาธารณะสมมติว่าเป็นระเบิดเวลาไหม อยากมองว่ามีระเบิดหลายลูกฝังอยู่มากกว่า เพราะบางตัวเป็นระเบิดเวลา บางตัวไม่เป็นระเบิดเวลา โดยถ้าระเบิดออกมาในขณะที่เศรษฐกิจไม่มีปัญหา ทุกอย่างก็ราบรื่น แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาก็จะมีปัญหา เช่น ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีตามที่คาด รายได้รัฐบาลที่คิดว่าจะได้มากก็ไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้
 “ผมคิดว่า การตรวจสุขภาพของหนี้ต้องดูหลายตัว เราต้องค่อยๆ ดูเป็นระยะๆ เราต้องดูอีกหลายตัว ซึ่งที่น่าเป็นห่วงคือ หนี้ที่ไม่ปรากฏในงบประมาณ หรือ หนี้ซ่อนเร้น ที่กระจุกอยู่ในจุดต่างๆ” ดร.ตีรณกล่าว
 

         หนี้ที่อยู่นอกงบประมาณ ซึ่งอาจเป็นภาระผูกพันในอนาคต ส่วนใหญ่อยู่ในรูปกองทุนต่างๆ โครงการจำนำข้าว โครงการกองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น ดร.ตีรณกล่าวว่า จุดนี้เป็นจุดอ่อนหนึ่งทางด้านการคลังของรัฐบาลไทย คือมีหนี้กระจุกอยู่ในจุดต่างๆ โดยไม่ได้ไปนับรวมในหนี้สาธารณะ สาเหตุเพราะเราตีความหนี้สาธารณะว่าเกิดขึ้นจากรัฐบาลและกระทรวงการคลังเท่า นั้น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อาจไปก่อหนี้จำนวนมาก ยังไม่ชัดเจนว่าหนี้ส่วนนี้จะนับเป็นหนี้สาธารณะหรือไม่

         ทั้งนี้ ดร.ตีรณประเมินว่า หนี้ที่ซ่อนเร้น ซึ่งไม่นับรวมไว้ในหนี้สาธารณะ มีประมาณ 200,000–600,000 ล้านบาท ถ้าคาดว่ามีประมาณกว่า 300,000 ล้านบาท ก็ประมาณ 3% เมื่อบวกกับหนี้สาธารณะปัจจุบันที่อยู่ระดับกว่า 41% รวมแล้วก็ประมาณ 45% หากบวกกับหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินอีก 10% ที่โยกออกไปแล้ว และช่วง 2-3 ปีหลังรัฐบาลใช้จ่ายเยอะมาก โดยกู้มา 300,000 – 400,000 ล้านบาทต่อปีในช่วง 3 ปีนี้ บวกกันแล้วหนี้สาธารณะน่าจะวิ่งไปแตะ 55% ต่อจีดีพี
ณ วันนี้ ถ้าเกิดรัฐบาลใช้จ่ายแบบนี้ และเศรษฐกิจไม่โตเหมือช่วงที่ผ่านมา โอกาสที่หนี้สาธารณะจะวิ่งไปถึง 60% ไม่ยาก แต่ตัวเลขนี้คนนิยมใช้มากที่สุด แต่เวลาวิเคราะห์ต้องดูไส้ในไส้นอก ดูสถานการณ์ด้วย ซึ่งอย่าลืมดูบทเรียนของเรา ก่อนวิกฤตการณ์เราเคยมีหนี้สาธารณะต่ำมาก โดยก่อนวิกฤตการณ์หนี้สาธารณะอยู่ที่ 15-16% ต่อจีดีพีเท่านั้นเอง พอหลังวิกฤตวิ่งๆ ไปกว่า 50% ต่อจีดีพี
       “ปัจจุบันหนี้สาธารณะปรับลดลงมาเหลือ 40% ของจีดีพี แต่ตัวเลขที่ผมประมาณไว้กว่า 50% ของจีดีพี ก็เท่ากับว่าหนี้เก่าไม่ได้ลดลงเลย อย่างหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ก็แทบไม่ลดลงเลย เงินงบประมาณส่วนใหญ่ก็ไม่จ่ายหนี้ จ่ายแต่ดอกเบี้ย ภาพนี้เราไม่ต้องตกใจ แต่ต้องไม่ประมาท และหนี้ที่ต้องระวังที่สุดคือหนี้ที่ยังไม่นับรวมเข้ามา” ดร.ตีรณกล่าว
 

   untitled2   

  ดร.ศุภวุฒิ มีความเห็นว่า ตราบใดที่เศรษฐกิจขยายตัวดี ก็สามารถรองรับหนี้สาธารณะได้ โดยเคยทำตัวเลขตอนที่เราเป็นห่วงหนี้สาธารณะเมื่อ 4 ปีที่แล้ว พบว่า ถ้าจีดีพีที่แท้จริงโต 3% จะมีปัญหาหนี้สาธารณะ แต่ถ้าจีดีพีที่แท้จริงโต 6% จะไม่มีปัญหาหนี้สาธารณะ ตอนนี้จีดีพีเราโต 4-5% อยู่ตรงกลาง ถ้าขยับขึ้นเป็น 6% ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าลงมา 3% มองระยะยาวมีปัญหาแน่นอน
 เรื่องหนี้สาธารณะ มี 3 ประเด็นที่ต้องพิจารณา

       1. ปัจจุบันธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารยุโรป ธนาคารกลางญี่ปุ่น ใช้นโยบายพิมพ์เงินเพื่อกดดอกเบี้ยให้ต่ำ ทำให้ดอกเบี้ยต่ำกว่าปกติ โดยพันธบัตร 10 ปีของรัฐบาลสหรัฐมีอัตราดอกเบี้ยเพียง 1.5-1.6% ต่ำที่สุดในรอบ 200 ปี แต่ถ้าดอกเบี้ยกลับไปสู่ปกติ จะทำให้มีภาระหนี้เพิ่มทันที อย่างไรก็ตาม หนี้ปัจจุบันมองแล้วยังไม่มีปัญหา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะดอกเบี้ยต่ำ
 

      2. รัฐบาลคิดว่าจะทำให้จีดีพีโตได้จริงๆ หรือไม่ ในสถานการณ์ที่มีการแข่งขันสูง รัฐบาลมักคิดว่าช่วยได้ แต่ต้องคิดว่าจะช่วยได้จริงหรือไม่ ถ้าจีดีพีโต 3% ระยะยาวจะลำบาก ต้องถามตัวเองว่ารัฐบาลมีศักยภาพลงทุนแล้วมีประสิทธิภาพทำให้จีดีพีโตได้หรือไม่
 

     3. เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกค่อนข้างมาก ก่อนวิกฤตเราพึ่งพาส่งออกประมาณ 30% แต่ตอนนี้ใกล้จะ 70% ของจีดีพี เราพึ่งต่างประเทศมากขึ้น แต่ตอนนี้ต่างประเทศ ในอเมริกา ยุโรป มีปัญหา หากอีก 10 ปีข้างหน้า ถ้าเกิดเศรษฐกิจเขาโตแบบไม่ดีเท่าไร แล้วเราจะมีปัญหาหรือเปล่า จีนก็โตต่ำกกว่าเป้า
 “ถ้าตอบตัวเองได้ทั้ง 3 ข้อ และอยู่ในความระมัดระวัง ก็จะทำให้หนี้สาธารณะยั่งยืนได้” ดร.ศุภวุฒิกล่าว

Last modified on วันจันทร์, ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ๑๕:๒๒

 

มูลนิธิสัมมาชีพ : เลขที่ ๕๗๓/๘ ซอยรามคำแหง ๓๙ (แยกศรีวรา) ถนนลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ๑๐๓๑๐

ติดต่อมูลนิธิสัมมาชีพ โทรศัพท์ : ๐-๒๙๓๖๖๖๑๓  โทรสาร : ๐-๒๙๓๖-๖๖๑๔
Email : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. , This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.   ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Networks

  • ice cream
  • SME
  • ชี้ช่องทางรวย
  • ชุมทางอาชีพ
  • ตั้งตัว
  • Matichon Academy
  • ไม่ลองไม่รู้
  • เส้นทางทำมาหากิน
  • เส้นทางเศรษฐี
  • โอกาสธุรกิจแฟรนไชส์
  • LOGO SMEsPlus